ราคาทองคำพุ่งแรงสุดรอบ 7 เดือน จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม หรือในรอบ 7 เดือน
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและลดการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
- นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ราคาทองคำปรับตัวแข็งแกร่งในวันศุกร์ และกำลังมุ่งสู่การปรับเพิ่มรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) ของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,254.11 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 01.56 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในการซื้อขายวันก่อนหน้า โดยราคาปรับตัวขึ้นแล้วมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 0.3% อยู่ที่ 4,312.00 ดอลลาร์
รอยเตอร์ รายงานว่า ความหวังต่อการเกิดสันติภาพในตะวันออกกลางทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อลดลง ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นหลังจากเคลื่อนไหวในกรอบแคบเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบกำลังมุ่งสู่การปรับตัวลดลงรายสัปดาห์
ด้านราคาน้ำมันดิบกำลังมุ่งสู่การปรับตัวลดลงรายสัปดาห์ โดยราคาพลังงานที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ และลดการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน แม้ว่าทองคำจะถือเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมักกดดันความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ผู้เข้าร่วมตลาดจับตาการเปิดเผยรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเวลา 12.30 น. ตามเวลา GMT
ปัจจุบัน นักเทรดประเมินว่ามีโอกาส 55% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ลดลงจาก 63% เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool
ที่มา: ราคาทองคำพุ่งแรงสุดรอบ 7 เดือน จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ