''ทองคำ'' เกือบหลุด 4,000 แต่ดีดกลับมาได้ ตอ.กลางปะทุใหม่ทำราคาผันผวน

ราคาทองคำ ดีดตัวกลับในการซื้อขายฝั่งเอเชียเช้านี้ หลังดิ่งลงหนัก 4% เกือบหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์เมื่อคืน สู่จุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางสงครามที่กลับมาปะทุใหม่ ขณะที่นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต PPI สหรัฐวันนี้ต่อ
"ราคาทองคำ" ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี จากแรงซื้อปิดสถานะขายชอร์ต ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของฝั่งผู้ผลิตสหรัฐ ซึ่งอาจให้สัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
รอยเตอร์สรายงานว่า ราคาทองคำตลาดสปอต ปรับตัวขึ้น 0.4% แตะ 4,089.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 09.15 น. วันนี้ตามเวลาในไทย หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. ที่ระดับ 4,022.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า
ขณะที่บลูมเบิร์กระบุว่า ณ เวลา 10.05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำตลาดสปอตเพิ่มขึ้นอีก 0.6% สู่ระดับ 4,097.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงมากกว่า 4% ในวันก่อนหน้า
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 0.5% อยู่ที่ 4,111.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคายังผันผวน ตลาดรอข้อมูล PPI ต่อ
แมตต์ ซิมป์สัน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทสโตนเอ็กซ์ กล่าวถึงความผันผวนของราคาทองในครั้งนี้ว่า “เมื่อราคาทองคำร่วงลงเข้าใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญอย่างชัดเจน จึงอาจกระตุ้นให้นักลงทุนฝั่งขาลงรีบขายทำกำไร หรือดึงดูดนักลงทุนฝั่งขาขึ้นที่รออยู่ข้างสนามกลับเข้ามาซื้อ”
“ดัชนีดอลลาร์สหรัฐไม่ได้แข็งค่ามากนักหลังการเปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภค CPI เมื่อวันพุธ ดังนั้นหากไม่มีความประหลาดใจในเชิงลบอีกจากข้อมูล PPI ที่จะเปิดเผยต่อในวันนี้ ราคาทองคำก็อาจฟื้นตัวทางเทคนิคในระยะสั้นได้” ซิมป์สันกล่าว
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐ หรือ CPI ในเดือนพฤษภาคม "เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 3 ปี" จากแรงหนุนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และตลาดกำลังรอการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเพิ่มเติม
ดัชนี CPI สหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 ตามข้อมูลที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐเผยแพร่เมื่อวันพุธ
แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 70% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค. ตามข้อมูลของ CME FedWatch
ราคาทองดิ่งแล้ว 22% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม
ทั้งนี้ ราคาทองคำในปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ประมาณ 22%
การร่วงลงของราคาทองคำผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเมื่อไม่นานมานี้ ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายเพิ่มเติม เนื่องจากเส้นดังกล่าวถือเป็นระดับทางเทคนิคสำคัญที่นักลงทุนสถาบันจับตาอย่างใกล้ชิด
โรเบิร์ต ก็อตต์ลิบ ที่ปรึกษาและอดีตนักค้าโลหะมีค่าของธนาคาร JPMorgan Chase & Co. โพสต์ในลิงก์อินว่า “กระแสข่าวที่ขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่องกำลังเพิ่มความไม่แน่นอน และผลักดันให้นักลงทุนลดความเสี่ยง พร้อมเพิ่มสภาพคล่องในสินทรัพย์หลายประเภท”
ขณะที่การร่วงลงล่าสุดของราคาทองคำสะท้อนการลดการใช้เลเวอเรจและการปรับพอร์ตการลงทุน มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนมุมมองพื้นฐานต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับความเคลื่อนไหวในด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้น กองทัพสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านระลอกใหม่ในช่วงข้ามคืน ตามการเปิดเผยของกองทัพสหรัฐเมื่อวันพุธ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
สถานการณ์ที่ระอุขึ้นอีกครั้งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซภายหลังการโจมตีของสหรัฐ
ทางด้านราคาโลหะอื่นๆ นั้น ราคาซิลเวอร์ในตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 63.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 1,673.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมพุ่งขึ้น 2.2% แตะ 1,239.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ที่มา : 'ทองคำ' เกือบหลุด 4,000 แต่ดีดกลับมาได้ ตอ.กลางปะทุใหม่ทำราคาผันผวน